อบจ.พิษณุโลก นำเครื่องจักรกลเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช แก้ปัญหาน้ำท่วมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก-อ.บางกระทุ่ม

วันศุกร์, 11 สิงหาคม 2560
อ่าน 35 ครั้ง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองช่าง นำเครื่องจักรกลลงพื้นที่ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางน้ำไหลที่บริเวณประตูน้ำกลางคลอง หมู่ที่ 8 บ้านหนองหญ้า ตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ภายหลังทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้รับหนังสือจากเทศบาลเมืองอรัญญิก และองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกล (กรณีเร่งด่วน) ในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางไหลของน้ำ โดยมีคำร้องเรียนจากกลุ่มผู้ใช้น้ำตำบลอรัญญิก ตำบลบึงพระ ตำบลวังพิกุล ตำบลแม่ระกา ตำบลวังน้ำคู้ จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากบริเวณประตูวังน้ำใส ประตูน้ำคลองสิบบาท และประตูน้ำกลางคลอง เป็นพื้นที่รับน้ำที่มีแม่น้ำ 2 สายไหลผ่าน คือ ทิศเหนือมาจากอำเภอวัดโบสถ์และทิศตะวันออกมาจากวังทองนั้นมีผักตบชวาและวัชพืชปลกคลุมกีดขวางทางไหลของน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในขณะนี้ได้เกิดฝนตกชุกทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรประมาณ 10,000 ไร่ และบ้านเรือนของประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือน จนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง เบื้องต้นได้นำรถแบ็คโฮคอยาว จำนวน 1 คัน เข้าดำเนินการเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมบริเวณทางน้ำไหลบริเวณประตูน้ำออกทั้งหมด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและที่สำคัญช่วยเร่งระบายน้ำให้ไหลได้สะดวกรวดเร็วป้องกันน้ำเอ่อล้นไหลเข้าน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร

ต่อจากนั้นได้นำเครื่องจักกรลงพื้นที่ดำเนินกำจัดผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมทางน้ำไหล บริเวณประตูระบายน้ำคลองเนินสุ่มกา หมู่ที่ 8 ตำบลท่าตาล เขตติดต่อกับหมู่ที่ 13 ตำบลนครป่าหมาก  อำเภอบางกระทุ่ม เนื่องจากได้รับหนังสือจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตาล อำเภอบางกระทุ่ม เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำไหล เนื่องจากพบว่ามีผักตบชวาและวัชพืชขึ้นปกคลุมและกีดขวางทางน้ำไหลเป็นจำนวนมาก มีระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ทำให้กระแสที่ไหลมาจากแม่น้ำวังทอง ผ่านตำบลแม่ระกามายังบริเวณดังกล่าว ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำน่านไม่สามารถระบายได้ทันจนส่งผลให้น้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้างทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งขณะนี้บริเวณประตูน้ำดังกล่าวระบายได้รวดเร็วเพิ่มมากขึ้นและสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน.

---------------------------------------

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันศุกร์, 11 สิงหาคม 2560